หน้าแรก / บทความ / เทียบราคาขนส่งไทย 2026 — ค่าส่งของทุกเจ้า กิโลละกี่บาท

เทียบราคาขนส่งไทย 2026 — ค่าส่งของทุกเจ้า กิโลละกี่บาท

ตารางเทียบราคา 9 ขนส่ง พร้อมสูตร volumetric weight และเทคนิคประหยัด

โดย ทีมงานมีของมาส่ง · เผยแพร่ 21 พฤษภาคม 2026 · อ่าน 6 นาที

สรุปสั้น: เจ้าไหนถูกสุดต่อช่วงน้ำหนัก

ก่อนเทียบราคายาวๆ ขอสรุปคำตอบสั้นๆ ก่อน — ของเบามากใต้ 0.5 กิโลกรัม ไปรษณีย์ไทยแบบลงทะเบียน ถูกที่สุด เริ่มที่หลักสิบต้นๆ ของเบา 0.5–2 กิโลกรัม Flash Express และ J&T Express มักจะเฉือนกันที่ราคาประมาณ 25–35 บาท ของหนัก 5–10 กิโลกรัม Flash, J&T และ SPX ใกล้เคียงกัน ของหนักเกิน 20 กิโลกรัม SCG Express และ Kerry ที่มีเรตของหนักโดยเฉพาะมักคุ้มกว่า ส่วน DHL eCommerce ของในประเทศจะแพงกว่าแต่บริการเสริมเช่นประกันและ tracking ระดับนานาชาติทำได้ดี

ข้อมูลที่อ้างอิงเป็นนโยบายของขนส่งแต่ละเจ้า ณ ต้นปี 2026 — ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง โปรดยืนยันกับขนส่งโดยตรงก่อนใช้บริการจริง

ตารางเทียบราคาเริ่มต้น (0.5 kg) ทุกเจ้า

ราคาเริ่มต้นคือ "ราคาขั้นต่ำ" ที่จะเสียเมื่อนำพัสดุไปส่งที่สาขา ไม่นับโปรลูกค้าใหญ่ ราคารวมต่อไปนี้คิดเป็นค่าส่งภายในประเทศแบบ standard ในเขตเมือง:

ขนส่งราคาเริ่มต้น (0.5 kg)หมายเหตุ
ไปรษณีย์ไทย (ลงทะเบียน)~22–30 บาทช้ากว่าแต่ถูกสุดสำหรับของเบาเล็ก
ไปรษณีย์ไทย (EMS)~32–45 บาทส่งไว 1–2 วัน เข้าถึงทั่วประเทศ
Flash Express~25–30 บาทเข้ารับฟรีถึงบ้าน
J&T Express~25–35 บาทโครงข่ายกว้าง สาขาเยอะ
Kerry Express~32–45 บาทแพงกว่าเล็กน้อย บริการสม่ำเสมอ
SPX Express (Shopee)~25–35 บาทราคาดีในระบบ Shopee
Ninja Van~30–40 บาทเน้นร้านค้าออนไลน์
SCG Express~35–50 บาทเด่นด้านของหนัก/ใหญ่
BEST Express~25–35 บาทโปรลูกค้าใหญ่ดี
DHL eCommerce~40–60 บาทแพงสุดในกลุ่ม แต่ระดับสากล

ช่วงราคาที่กว้างเพราะแต่ละเจ้ามีเรตต่างกันตามโซน (กรุงเทพปริมณฑล / ต่างจังหวัด) และมีโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้ขายที่ผูกกับ Shopee/Lazada/TikTok Shop จะได้เรตพิเศษต่ำกว่าคนที่เดินไปฝากที่สาขา

ตารางเทียบราคาตามน้ำหนัก (1, 3, 5, 10, 20 kg)

ตารางต่อไปนี้เป็นค่าส่งประมาณการ ภายในจังหวัดเดียวกัน/เขตเมืองหลัก ถ้าส่งข้ามภาคหรือไปต่างจังหวัดไกล ตัวเลขจะสูงขึ้นประมาณ 10–25%:

ขนส่ง1 kg3 kg5 kg10 kg20 kg
Flash~30~45~65~120~220
J&T~30~45~70~130~230
ไปรษณีย์ EMS~37~57~87~157~257
SPX~30~45~70~130รับสูงสุด 20 kg
Kerry~40~55~80~140~240
Ninja Van~35~50~75~135~230
SCG~45~55~70~110~190
BEST~32~45~70~125~220
DHL eCom~50~80~115~200~370

หน่วยทั้งหมดเป็นบาทไทย ตัวเลขเป็นค่าประมาณการขั้นต่ำ — สิ่งที่ควรจำคือ ของหนัก 10 กิโลกรัมขึ้นไป SCG มักจะถูกที่สุด เพราะออกแบบเรตมาเพื่อของหนัก/ของใหญ่ในตลาดวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่ของน้ำหนักน้อย ขนส่งระบบ logistic-tech (Flash/J&T/SPX) จะแข่งราคาดุที่สุด

ค่าส่งพื้นที่ห่างไกล / เกาะ / ภูเขา ที่เก็บเพิ่ม

นี่คือต้นทุนแอบแฝงที่ผู้ขายมือใหม่มักโดน ทุกขนส่งเอกชนมี "remote area surcharge" หรือค่าธรรมเนียมพื้นที่ห่างไกล ซึ่งคิดเพิ่มจากค่าส่งปกติ พื้นที่ที่มักโดนคิดเพิ่ม:

ไปรษณีย์ไทย เป็นเจ้าเดียวที่ "ส่วนใหญ่" ไม่คิด remote surcharge เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ครอบคลุมทั้งประเทศ — แต่ระยะเวลาจะนานกว่าปกติ 1–3 วันสำหรับพื้นที่ห่างไกล ดูรายละเอียดเวลาเพิ่มที่ พัสดุใช้เวลากี่วัน

บริการเสริมและค่าใช้จ่ายที่มักลืม

ค่าส่งบน "ตัวเลขหลัก" ไม่ใช่ค่าทั้งหมดที่จะเสีย ของเสริมที่มักโดนเก็บเพิ่ม:

บริการเสริมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ
COD เก็บเงินปลายทาง~3% ของยอด (ขั้นต่ำ 20–30 บาท)
ประกันพัสดุ~1–2% ของมูลค่าที่แจ้ง
ส่งคืน (ของตีกลับ)~50–100% ของค่าส่งขาไป
ปฏิเสธรับ (ลูกค้าไม่รับ COD)ค่าส่งกลับเต็มจำนวน + ค่ารอบสองถ้าจะส่งใหม่
เก็บที่บ้าน (door pickup)ฟรี (Flash) ถึง 20–40 บาท (เจ้าอื่น)
กล่องของขนส่ง5–30 บาทต่อกล่อง ตามขนาด
ส่งถึงมือ (signature required)~10–20 บาท

ค่า COD คือต้นทุนแฝงที่กินกำไรผู้ขายมากที่สุด หากสนใจคำนวณละเอียด อ่าน เทียบค่าธรรมเนียม COD 2026 ที่เปรียบเทียบของทุกเจ้าแยกชัดเจน

ของขนาดใหญ่ (volumetric weight) คิดยังไง — พร้อมสูตรคำนวณ

หลายคนเจอปัญหา "ของน้ำหนักไม่กี่กิโล แต่โดนคิดค่าส่งแพงเหมือนของหนัก 10 กิโล" — สาเหตุคือ volumetric weight หรือน้ำหนักเชิงปริมาตร ขนส่งจะคำนวณทั้งน้ำหนักจริง (actual weight) และน้ำหนักเชิงปริมาตร แล้วเลือก "ตัวที่มากกว่า" มาคิดค่าส่ง

สูตรมาตรฐานของขนส่งไทยส่วนใหญ่:

ขนส่งสูตร volumetric (cm)
Flash, J&T, SPX, BEST(กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 6000
Kerry, Ninja Van(กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 5000
ไปรษณีย์ EMS(กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 6000
SCG Express(กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 5000
DHL eCommerce(กว้าง × ยาว × สูง) ÷ 5000

ตัวอย่างคำนวณ: กล่องขนาด 40 × 40 × 40 ซม. หนักจริง 2 กิโล

นี่คือสาเหตุที่ ห้ามใช้กล่องใหญ่เกินจำเป็น โดยเฉพาะของเบาแต่เปลือง — เลือกกล่องพอดี และอย่าใส่กระดาษ/โฟมมากเกินไป จะประหยัดค่าส่งได้หลายเท่าตัว

เทคนิคประหยัดค่าส่ง 5 ข้อ

  1. ใช้กล่องพอดีตัว — ลด volumetric weight ลงได้ทันทีเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะของรูปทรงไม่ปกติให้เลือกกล่องที่กระชับ
  2. เปิดบัญชีร้านค้ากับขนส่ง — ถ้าส่งสม่ำเสมอ (เกิน 20 ชิ้น/เดือน) Flash/J&T/Kerry ให้เรตลดลงประมาณ 15–30% และมีรถเข้ารับฟรี
  3. เลือก marketplace ที่มีเรตพิเศษ — Shopee/Lazada/TikTok Shop เจรจาเรตกับขนส่งไว้ต่ำกว่าฝากรายชิ้นทั่วไป 20–40%
  4. เลี่ยง COD ถ้าทำได้ — สลับเป็น PromptPay พร้อมส่งสลิป ประหยัดค่า COD 3% และหลีกเลี่ยงปัญหาลูกค้าไม่รับ
  5. รวมหลายชิ้นในกล่องเดียว — ถ้าลูกค้าคนเดียวสั่งหลายชิ้น รวมเป็นกล่องใหญ่ขึ้นมักถูกกว่าส่งแยกหลายกล่อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ราคาเริ่มต้นทำไมแต่ละเจ้าต่างกัน? — เพราะแต่ละเจ้ามีฐานต้นทุน network และโปรโมชั่นต่างกัน Flash/J&T แข่งราคาดุเพราะอยู่ในช่วงขยายตลาด ขณะที่ DHL ตั้งราคาตามมาตรฐานสากล

2. ส่งของจากกรุงเทพไปต่างจังหวัดแพงกว่ากี่บาท? — โดยปกติบวกเพิ่มประมาณ 5–25 บาทตามระยะทาง บางเจ้าเก็บเรตเดียวทั่วประเทศ (เช่น Flash บางช่วงน้ำหนัก) ทำให้คุ้มเมื่อส่งไกล

3. ค่าส่งของจริงแพงกว่าราคาในเว็บไซต์ขนส่ง ทำไม? — เพราะ volumetric weight ค่า COD ประกัน และพื้นที่ห่างไกล มักไม่ได้แสดงในตารางหน้าแรก ต้องคำนวณรวมก่อนเทียบ

4. ถ้าจะส่งของหนักมาก เช่น 30+ กิโล ใช้เจ้าไหนดี? — SCG Express และ Kerry มีเรตของหนักที่คุ้มกว่า บางพื้นที่อาจต้องใช้รถขนส่ง (xenon/logistics) ของหนักโดยเฉพาะ

เช็คทุกขนส่งในที่เดียว — ฟรี ไม่ต้องสมัคร

ใช้เว็บเช็คพัสดุของเรา เพื่อติดตามสถานะแบบรวมศูนย์ทุกขนส่ง

เช็คเลขพัสดุ →